ประโยชน์ของเลซินติน มีอะไรบ้าง ดีอย่างไร

Last updated: Sep 25, 2019  |  57 จำนวนผู้เข้าชม  |  content

ประโยชน์ของเลซินติน มีอะไรบ้าง ดีอย่างไร

คนไทยโดยส่วนใหญ่ อาจจะเคยได้ยินชื่อสารอาหารที่ชื่อ “เลซิติน” กันมาบ้างแล้ว เลซิติน (Lecithin) คือไขมันที่จำเป็นต่อเซลล์ของร่างกาย สามารถพบได้จากอาหารหลายประเภท เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต ไข่ นม ถั่วลิสง กะหล่ำปลี ช็อคโกแลต

นอกจากนี้ เลซิตินยังเป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย และมักพบโมเลกุลของวิตามินบีรวมอยู่ด้วย เช่น โคลีน (Choline) อิโนซิทอล (Inosital) รวมถึงกรดอะมิโนบางชนิด ทำให้เลเซตินมีคุณค่าทางโภชนาการจากสารอาหารอื่นๆ ที่ประกอบอยู่นั่นเอง

ในปัจจุบันมีการนำเลซิตินมาใช้มากมายเพื่อสุขภาพ ในวงการแพทย์ได้มีการศึกษาวิจัยพบว่า เลซิตินสามารถช่วยให้ลำไส้ลดการดูดซึมไขมัน คอเลสเตอรอล และช่วยให้ขับถ่ายไขมันออกมาทางอุจจาระมากขึ้น สามารถทำให้ระดับของคอเลสเตอรอลในเลือดลดลงได้

เลซิตินยังขายในรูปผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เลซิตินที่ทำจากถั่วเหลืองนั้น นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่พบได้ทั่วไปในท้องตลาดมากที่สุด

ประโยชน์สำคัญของเลซิติน

  • บำรุงสมองและป้องกันภาวะความผิดปกติของระบบประสาท
  • ลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีและเสริมสร้างการทำงานของตับ
  • ลดภาวะไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
  • ลดการดูดซึมของโคเลสเตอรอลในทางเดินอาหาร

 

แหล่งกำเนิดของเลซิตินมี 2 แหล่ง คือ


แหล่งธรรมชาติ พบได้ทั้งในพืชและสัตว์ โดยจะพบมากในไข่แดง สมอง หัวใจ ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสง จมูกข้าวสาลี เป็นต้น ส่วนใหญ่อาหารเหล่านี้มักจะให้โคเลสเตอรอลสูงด้วย
ร่างกายมนุษย์ สามารถผลิตเลซิตินขึ้นได้เองโดย “ตับ” สารตั้งต้นที่ร่างกายใช้ผลิตเลซิติน เช่น กรดไขมันจำเป็น วิตามินบี และสารอาหารสำคัญอื่นๆ

หากร่างกายได้รับสารอาหารต่างๆ เหล่านี้ไม่เพียงพอ ก็จะส่งผลให้ร่างกายสร้างเลซิตินได้ไม่เพียงพอ ซึ่งมีโอกาสเกิดโรคภัยต่างๆ ตามมาได้ เช่น โรคเส้นเลือดหัวใจแข็งตัว โรคนิ่วในถุงน้ำดี เป็นต้น

ปัจจุบันทางการแพทย์ได้ใช้เลซิตินในการบำบัดโรคทางสมองต่าง ๆ เช่น พาร์กินสัน (Parkinson’s), อัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease), โรคทางสมองที่เกิดจากเซลล์ประสาทขาดสาร Acetylcholine หรือคนชราที่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม มีงานวิจัยพบว่า ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีอาการดีขึ้นเมื่อได้รับประทานเลซิตินวันละ 25 กรัม เป็นเวลาหลาย ๆ เดือนติดต่อกัน

และการศึกษาในผู้ที่เป็นโรคความจำเสื่อม (Alzheimer’s Disease) พบว่าการให้โคลีนเป็นระยะเวลา 6 เดือนจะช่วยให้ความจำดีขึ้นได้ หรือการให้โคลีนร่วมกับยาที่ใช้รักษา (Cholinesterase Inhibitors) ก็ทำให้มีการพัฒนาความสามารถที่ต้องใช้ความจำด้วย

สภาพสังคมในปัจจุบันคนส่วนใหญ่เกิดความเครียดสูง ทำให้เกิดอาการหลงลืม หงุดหงิด นอนไม่หลับ และอารมณ์เสียง่าย ซึ่งหากปล่อยไว้นาน ๆ อาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเส้นประสาทเสื่อมได้ อาการดังกล่าวอาจบำบัดได้โดยการรับประทานเลซิติน

จากผลงานการวิจัยต่าง ๆ พบว่าเลซิตินเป็นสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายอย่างมาก ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท บำรุงสมอง ช่วยเพิ่มความสามารถการเรียนรู้ จดจำ ช่วยป้องกันละลายนิ่วในถุงน้ำดี บำรุงตับ ลดระดับไขมันคอเลสเตอรอล ภาวะหลอดเลือดอุดตันและโรคหัวใจ

ดั้งนั้นควรเลือกรับประทานเลซิตินภายใต้มาตรฐานการผลิตยาที่มีการรับรอง คุณภาพและความปลอดภัย เพื่อร่างกายจะได้รับเลซิตินที่บริสุทธิ์ ปราศจากสารปนเปื้อน

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก: honestdocs.co, bangkokhospital.com, nutrilite.co.th

Powered by MakeWebEasy.com